รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอา
LASTEST NEWS

15 ส.ค. 2561บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ รับสมัครพนักงาน 328 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา-ป.ตรีทุกสาขา 15 ส.ค. 2561ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม"นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา 15 ส.ค. 2561กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา (สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561) 15 ส.ค. 2561กำหนดการจัดงานศิลปหัตถกรรมระดับภาค ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 15 ส.ค. 2561ใช้งบเหลือจ่ายสพฐ.ปี 61เคลียร์ภาระงานครู 14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น

รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอา

usericon

ชื่อเรื่อง     รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบึงท่ายวน
     อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
ผู้รายงาน นายประสิทธิ์ ล้านเชียง ครู วิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียนบ้านบึงท่ายวน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
ปีการศึกษา 2555
บทคัดย่อ

การทดลองในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบึงท่ายวน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียน
และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังจากเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มประชากรที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบึงท่ายวน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ประจำภาคเรียนที่ 2/2555 จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองในครั้งนี้
มี 4 ประเภท ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เป็นแบบ ทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ
การเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ร้อยละ (Percentage) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพ เครื่องมือ ที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ การหาประสิทธิภาพ E1/E2 ของเอกสารประกอบการเรียนรู้ การหาค่า ความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยสูตรหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC การหาค่าความยาก-ง่าย (p)
การหาค่าอำนาจจำแนก (r) การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
จากสูตร KR-20 ของคูเดอร์ ริชาร์ดสัน สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐานในการผ่านเกณฑ์ ใช้ค่าสถิติ
t-test โดย dependent for samples และการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม
การกำหนดเกณฑ์ เพื่อใช้ในการแปลความหมายของแบบสอบถาม ที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า Rating Scale
ผลการทดลอง พบว่า
1. เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบึงท่ายวน จำนวน 7 เล่ม มีประสิทธิภาพ 93.14/ 80.71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วย เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
(μ = 4.10และ σ = 0.70)
โดยสรุป เอกสารประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้รายงานสร้างและพัฒนาขึ้นในครั้งนี้มีประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้เป็นสื่อ ในการพัฒนาการเรียนการสอนได้
24992499 18 ส.ค. 2557 เวลา 18:55 น. 0 552
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^