LASTEST NEWS

24 ต.ค. 2563กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000.-บาท (ไม่ต้องผ่านภาค ก.) 24 ต.ค. 2563ครูผู้ช่วย กทม. หากบรรจุแล้ว ต้องเป็นข้าราชการครู กทม. ไม่น้อยกว่า 8 ปี จึงขอโอนไปรับราชการสังกัดอื่นได้ 24 ต.ค. 2563สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศรับสมัครพนักงานราชการครู 15 อัตรา (หลายจังหวัด) 24 ต.ค. 2563โรงเรียนจิตพิมล รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 23 ต.ค. 2563(( รวมลิงก์ )) ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2563 ทุกจังหวัด ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 23 ต.ค. 2563กศจ.พระนครศรีอยุธยา ประกาศผลย้ายครู รอบ 2 ปีพ.ศ.2563 23 ต.ค. 2563มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรับสมัครพนักงานราชการทั่วไป 7 อัตรา สมัคร 26 ต.ค.-3 พ.ย.63 23 ต.ค. 2563กศจ.ลพบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ2 จำนวน 148 อัตรา - รายงานตัว 30 ต.ค.2563 23 ต.ค. 2563โรงเรียนวัดใต้บ้านบ่อ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000.-บาท สมัคร 22-28 ตุลาคม 2563 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 22 ต.ค. 2563ที่ ศธ 04009/ว6264 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT

usericon

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT
ความเป็นมาและความสำคัญ ผู้วิจัยเห็นว่า การสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT จะเป็นทางเลือกใหม่ในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ดังนั้นในฐานะครูผู้สอนคณิตศาสตร์จึงมีความสนใจที่จะพัฒนา บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง กล่าวคือให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จากนั้นช่วยเหลือกันในการแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมของสมาชิกในกลุ่มเพื่อแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการ ทำให้พัฒนาความรู้ ความสามารถ และสนุกสนานกับการเรียน ตลอดจนพัฒนาด้านวินัย คุณธรรมและจริยธรรมไปพร้อมกัน และเป็นแนวทางในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป
วัตถุประสงค์ 1.    เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2.    เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก่อนและหลังเรียน 3. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT (Teams –Games – Tournament) เรื่อง เลขยกกำลัง สมมติฐานการวิจัย 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เลขยกกำลัง หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT สูงขึ้น 3. เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT อยู่ในระดับมากที่สุด
ขอบเขตการศึกษา 1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ทั้งหมด 151 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1/4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 36 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง 2. ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 3.ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 เวลาทดลองสอน 13 คาบ ทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 2 คาบ รวมทั้งหมด 15 คาบ 4. ขอบเขตด้านตัวแปร ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง ตัวแปรตาม ได้แก่ 1.ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องเลขยกกำลัง 3. เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบ TGT เรื่อง เลขยกกำลัง
สรุปผลการศึกษา 1.ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องระบบจำนวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.60 /82.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ 80/80 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบTGT เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.เจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบTGT เรื่อง เลขยกกำลัง อยู่ในระดับมากที่สุด
KruSutha 02 ส.ค. 2557 เวลา 22:57 น. 0 1,072
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^