LASTEST NEWS

22 ส.ค. 2560สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก 21 ส.ค. 2560ศธ.ปลดล็อกโยกย้าย ขรก.ไม่ต้องถึงมือกศจ. 21 ส.ค. 2560เตรียมให้อำนาจเบ็ดเสร็จอกศจ.โยกย้ายในจังหวัด 21 ส.ค. 2560ด่วนเลย! สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดสอบรับราชการ 715อัตรา สมัคร28ส.ค.-15ก.ย.60 21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย 21 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว5151 ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือน/ค่าจ้าง/ค่าตอบแทน ครั้งที่ 2 (1ตุลาคม 2560) 21 ส.ค. 2560บรรจุครั้งแรก 100 อัตรา กรมทางหลวง เปิดสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 21 ส.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 85 อัตรา มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย 21 ส.ค. 2560กรมการขนส่งทหารบก เปิดสอบพนักงานราชการ 40 อัตรา (สมัคร28-31ส.ค.60) 20 ส.ค. 2560ทปอ.ยื้อสรุปเปิด-ปิดตามอาเซียน

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข กลุ่มสาร

usericon

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข กลุ่มสาร
เอกสารประกอบการเรียน เป็นเอกสารที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อช่วยให้นักเรียนใช้เอกสารประกอบการเรียนในการศึกษาทำความเข้าใจบทเรียน สร้างแรงจูงใจใฝ่รู้ ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองและช่วยให้นักเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ดังนั้น รายงานการศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ1)พัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดี มีสุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนและหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน และ3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน
กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดคุยขวาง ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2556 จำนวน 25 คน เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วย 1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุขจำนวน 6 เล่ม 2) แบบทดสอบก่อนและหลังการเรียน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ4) แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข
สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ และค่าทดสอบที (t-test Dependent) ผลการศึกษาพบว่า
1. การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน จำนวน 6 เล่ม พบว่า มีประสิทธิภาพ (E 1/ E2 ) เท่ากับ 83.93/90.60 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนและหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน พบว่า มีความก้าวหน้าของผลต่างโดยเฉลี่ย +3.98 และการเปรียบเทียบโดยใช้แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีคะแนนเต็ม 30 คะแนน พบว่าก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 22.56 คะแนน หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 27.64 คะแนน ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.44, S.D.= 0.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจระดับที่สูงที่สุด ได้แก่ ข้อ 7 นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้( = 4.65, S.D.= 0.52) รองลงมาข้อ 6 เอกสารประกอบการเรียนมีเนื้อหาความรู้ที่ทันสมัย ( =4.48, S.D.= 0.56) ส่วนรายการที่มีความพึงพอใจต่ำที่สุด ได้แก่ ข้อ 4 เอกสารประกอบการเรียน ทำให้นักเรียนชอบเรียนวิชานี้มากขึ้น ( = 4.13, S.D.= 0.64)
nitpao 13 ก.ค. 2557 เวลา 16:19 น. 0 139
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^