LASTEST NEWS

21 ต.ค. 2562กศจ.พิจิตร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย ครั้งที่ 10 - รายงานตัว 1 พ.ย.2562 21 ต.ค. 2562การจัดสรรอัตราให้ผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ตำแหน่งธุรการโรงเรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 21 ต.ค. 2562ด่วนที่สุด! การจัดสรรอัตราผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 21 ต.ค. 2562กศจ.เชียงราย เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 82 อัตรา - รายงานตัว 25 ต.ค. 2562 21 ต.ค. 2562กศจ.นครสวรรค์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 132 อัตรา - รายงานตัว 30 ต.ค. 2562 21 ต.ค. 2562ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 6399 เรื่อง การสร้างความเข้าใจกับอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ สังกัดสพฐ. 21 ต.ค. 2562ด่วน!! สพฐ.สำรวจกลุ่มวิชา และจำนวนตำแหน่งว่าง เปิดสอบครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2563 21 ต.ค. 2562รศ.ดร.สมบัติ นพรัก คณบดีฯ ม.พะเยา โพสต์ อัตราว่างเพื่อบรรจุครู ปี พ.ศ.2562 จำนวน 26,246 คน หายไปไหน? 21 ต.ค. 2562ครูโอ๊ะ "กนกวรรณ วิลาวัลย์" รมช.ศึกษาฯ รับฟังเสียงสะท้อนเรื่องค่าตอบแทน ครูกศน. 21 ต.ค. 256220ปี10โครงการผลิตครู ปัญหา“คุณภาพ”ยังคงมีอยู่

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข กลุ่มสาร

usericon

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข กลุ่มสาร
เอกสารประกอบการเรียน เป็นเอกสารที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อช่วยให้นักเรียนใช้เอกสารประกอบการเรียนในการศึกษาทำความเข้าใจบทเรียน สร้างแรงจูงใจใฝ่รู้ ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองและช่วยให้นักเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ดังนั้น รายงานการศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ1)พัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดี มีสุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนและหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน และ3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน
กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดคุยขวาง ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2556 จำนวน 25 คน เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วย 1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุขจำนวน 6 เล่ม 2) แบบทดสอบก่อนและหลังการเรียน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ4) แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข
สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ และค่าทดสอบที (t-test Dependent) ผลการศึกษาพบว่า
1. การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน จำนวน 6 เล่ม พบว่า มีประสิทธิภาพ (E 1/ E2 ) เท่ากับ 83.93/90.60 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนและหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน พบว่า มีความก้าวหน้าของผลต่างโดยเฉลี่ย +3.98 และการเปรียบเทียบโดยใช้แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีคะแนนเต็ม 30 คะแนน พบว่าก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 22.56 คะแนน หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 27.64 คะแนน ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง สุขภาพดีมีสุข โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.44, S.D.= 0.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจระดับที่สูงที่สุด ได้แก่ ข้อ 7 นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้( = 4.65, S.D.= 0.52) รองลงมาข้อ 6 เอกสารประกอบการเรียนมีเนื้อหาความรู้ที่ทันสมัย ( =4.48, S.D.= 0.56) ส่วนรายการที่มีความพึงพอใจต่ำที่สุด ได้แก่ ข้อ 4 เอกสารประกอบการเรียน ทำให้นักเรียนชอบเรียนวิชานี้มากขึ้น ( = 4.13, S.D.= 0.64)
nitpao 13 ก.ค. 2557 เวลา 16:19 น. 0 372
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^