LASTEST NEWS

27 ก.พ. 2560กรมท่าอากาศยาน เปิดสอบบรรจุเข้าทำงาน 50 อัตรา สมัคร3-17มี.ค.2560 27 ก.พ. 2560ห้ามสพฐ.จัด"อนุบาล3ขวบ"ทับซ้อน ผู้บริหารเอกชนจี้ศธ.แบ่งพท."สช.-อปท."ให้ชัดเจน 27 ก.พ. 2560ศธ.มั่นใจเก็บตกจัดอนุบาล 3 ขวบ 26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย (กรณีพิเศษ) 4,653 อัตรา เช็คแต่ละจังหวัดที่เปิดรับที่นี่ 26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบพนักงานราชการ 10 อัตรา สมัคร27ก.พ.-8มี.ค.2560 25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร

usericon

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร
ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง
สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ผู้วิจัย        นางเสาวรส เพิ่มพูล
ปีที่ทำการวิจัย    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัย คือ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ แบบสอบถามความพึงพอใจ ในการเรียน จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 21 ชั่วโมง แบบแผนการวิจัยใช้แบบ One Group Pretest-Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
        1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ 81.26/81.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้        
        2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. ภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับมาก ( = 2.81)
souarote 07 ก.ค. 2557 เวลา 20:22 น. 0 282
usericon

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร
[blockquote] อ้างถึง รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง [hr]ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง
สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ผู้วิจัย        นางเสาวรส เพิ่มพูล
ปีที่ทำการวิจัย    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัย คือ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ แบบสอบถามความพึงพอใจ ในการเรียน จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 21 ชั่วโมง แบบแผนการวิจัยใช้แบบ One Group Pretest-Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
        1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ 84.02/83.86ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้        
        2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. ภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับมาก ( x= 4.57)
[/blockquote]
ความคิดเห็นที่ #1 souarote 22 ก.ย. 2557 เวลา 19:57 น. 171.7.xxx.xxx
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^