LASTEST NEWS

23 ต.ค. 2562กศจ.สกลนคร เตรียมเรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบใหม่ จำนวน 209 อัตรา 23 ต.ค. 2562กศจ.สุพรรณบุรี​ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ​ ​8 จำนวน 115 อัตรา 23 ต.ค. 2562ทดสอบ"ตั๋วครู" ต้องผ่านภาษาอังกฤษระดับ B1 ตามเกณฑ์CEFR  23 ต.ค. 2562คุรุสภา-สทศ.จับมือจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 23 ต.ค. 2562กศจ.ระยอง เรียกบรรจุครูผู้ช่วย จากบัญชี กศจ.ชลบุรี กำหนดรายงานตัวบรรจุแต่งตั้ง วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนพนักงานราชการ เดือนตุลาคม 2562-มกราคม 2563 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนจ้างธุรการโรงเรียน ค่าจ้างเดือนละ 15,000.-บาท 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนจ้างธุรการโรงเรียน ค่าจ้างเดือนละ 9,000.-บาท 22 ต.ค. 2562กศจ.สุราษฎร์ธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ 197 อัตรา - รายงานตัว 29 ต.ค.2562 22 ต.ค. 2562กศจ.พิษณุโลก เตรียมเรียกบรรจุครูล็อตใหญ่ พ.ย.นี้ 155 อัตรา

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร

usericon

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร
ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง
สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ผู้วิจัย        นางเสาวรส เพิ่มพูล
ปีที่ทำการวิจัย    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัย คือ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ แบบสอบถามความพึงพอใจ ในการเรียน จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 21 ชั่วโมง แบบแผนการวิจัยใช้แบบ One Group Pretest-Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
        1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ 81.26/81.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้        
        2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. ภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับมาก ( = 2.81)
souarote 07 ก.ค. 2557 เวลา 20:22 น. 0 528
usericon

[blockquote] อ้างถึง รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง [hr]ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง
สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ผู้วิจัย        นางเสาวรส เพิ่มพูล
ปีที่ทำการวิจัย    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัย คือ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ แบบสอบถามความพึงพอใจ ในการเรียน จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 21 ชั่วโมง แบบแผนการวิจัยใช้แบบ One Group Pretest-Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
        1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ 84.02/83.86ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้        
        2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. ภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรในท้องถิ่น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับมาก ( x= 4.57)
[/blockquote]
ความคิดเห็นที่ #1 souarote 22 ก.ย. 2557 เวลา 19:57 น. 171.7.xxx.xxx
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^