LASTEST NEWS

13 พ.ย. 2561กศจ.ศรีสะเกษ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 3 จำนวน 68 อัตรา 13 พ.ย. 2561กศจ.อุบลราชธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 3 จำนวน 188 อัตรา 13 พ.ย. 2561ครูระวังโดนฟ้อง!ทนายรัชพล เดือด เปิดข้อกฎหมาย หลังโรงเรียนบังคับนักเรียนใส่เสื้อกันหนาวของโรงเรียน! 13 พ.ย. 2561สพป.นศ.2 รับรายงานตัวครูผู้ช่วยใหม่ 85 อัตรา 13 พ.ย. 2561โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา รับสมัครครู 2 อัตรา สมัคร12-16พ.ย.2561 13 พ.ย. 2561โรงเรียนศรีธวัชวิทยาลัย เปิดรับสมัครธุรการโรงเรียน สมัคร 12-16 พ.ย.2561 13 พ.ย. 2561โรงเรียนบ้านนาเหนือ เปิดรับสมัครธุรการโรงเรียน สมัคร13-15พ.ย.2561 13 พ.ย. 2561โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม รับสมัครพนักงานราชการครู  สมัคร12-18พ.ย.61 13 พ.ย. 2561สถาบันวิทยาลัยชุมชน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ (ไม่ต้องผ่านภาค ก.) สมัครออนไลน์ 16-22พ.ย.61 13 พ.ย. 2561สอบบรรจุครูผู้ช่วย คนที่สอบได้ที่ 1 ต้องอ่านหนังสือเยอะขนาดไหนคะ มาแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กันนะคะ

หัวข้อวิจัย การศึกษาแนวทางพัฒนาการบริการวิชาการ ตามแนวพระราชดำริ

usericon

หัวข้อวิจัย    การศึกษาแนวทางพัฒนาการบริการวิชาการ ตามแนวพระราชดำริ เข้าใจ
เข้าถึง และพัฒนา ของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร

ผู้วิจัย        นายณรงค์ฤทธิ์ ห่วงไธสง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

หน่วยงาน    โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร(บ่อนไก่)

สังกัด        กองส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร

ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางพัฒนาการบริการวิชาการตามแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการบริการวิชาการตามแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1) เข้าใจ 2) เข้าถึง และ 3) พัฒนา ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู ของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 106 คน เครื่องมือคือแบบสอบถามมาตรวัดแบบประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 36 ข้อ ได้แก่ หลักเข้าใจ จำนวน 12 ข้อ หลักเข้าถึง จำนวน 12 ข้อ และหลักพัฒนา จำนวน 12 ข้อ ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.83
ผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นด้วยแนวทางพัฒนาการบริการวิชาการตามแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร
ด้านเข้าใจ ในภาพรวมมีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ อันดับ 1 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการศึกษา วิเคราะห์ ระดับภูมิปัญญาสังคมของชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริการวิชาการ มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 2 มี 2 ข้อ ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ รูปแบบการให้บริการวิชาการที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และ สถานศึกษาควรมีการศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางหรือรูปแบบในการเข้าสู่ชุมชนเพื่อการบริการวิชาการทั้งทางตรงและทางอ้อม มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 3 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ บริบทด้านอาชีพหรือวิชาชีพของชุมชนเพื่อการบริการวิชาการ มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ

และอันดับท้ายสุด คือ สถานศึกษาควรมีการศึกษา วิเคราะห์ ทรัพยากร(คน วัสดุ-ครุภัณฑ์ งบประมาณ และเทคโนโลยี) ที่เหมาะสมกับการบริการวิชาการในแต่ละพื้นที่ของชุมชน มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด
ด้านเข้าถึง ในภาพรวม มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ อันดับ 1 มี 2 ข้อ ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับชุมชนในการใช้หรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรร่วมกันเพื่อการบริการวิชาการ มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และสถานศึกษาควรมีระบบการบริการฐานข้อมูลด้านวิชาการที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 2 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการประชาสัมพันธ์ ภารกิจ หน้าที่ และข่าวสารกิจกรรม เพื่อการบริการวิชาการในชุมชนอย่างทั่วถึง มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 3 ได้แก่สถานศึกษาควรมีการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือภายในชุมชนเพื่อการบริการวิชาการ มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ และอันดับท้ายสุด คือ สถานศึกษาควรมีการจัดระบบกลไกการบริการวิชาการ ที่เน้นการให้เปล่าและมีคุณภาพ มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด
ด้านพัฒนา ในภาพรวม มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็น
รายข้อ อันดับ 1 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีกระบวนการจัดการฝึกปฏิบัติหรือฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้กับชุมชนได้อย่างหลากหลาย มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 2 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีระบบติดตามประเมินผลการให้บริการวิชาการกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด อันดับ 3 ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการกระบวนการหรือกลไกในการติดตามความก้าวหน้าด้านประกอบวิชาชีพหรืออาชีพอิสระที่เป็นผลจากการบริการวิชาการชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ และอันดับท้ายสุด มี
3 ข้อ คือ สถานศึกษาควรมีรูปแบบ หรือตัวอย่างแบบความสำเร็จด้านอาชีพหรือวิชาชีพในการให้ชุมชนได้ศึกษาเรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด สถานศึกษาควรมีการสร้างทีมพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำด้านการประกอบวิชาชีพ หรืออาชีพอิสระแก่ชุมชน มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และ สถานศึกษาควรมีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการให้บริการวิชาการกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีความคิดเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด
narongrit99 17 มิ.ย. 2557 เวลา 15:43 น. 0 213
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^