LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​

สาระน่ารู้เกี่ยวกับแอร์ และการบำรุงรักษา

usericon

สาระน่ารู้เกี่ยวกับแอร์ และการบำรุงรักษา
เรามาเริ่มศึกษาวิธีดูแลรักษาแอร์กัน เถอะ!!
แอร์https://www.facebook.com/airtoolsservice
ข้อความแอร์บ้าน     แอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง     การเติมน้ำยาแอร์     วิธีล้างแอร์แบบติดผนัง     แอร์ไม่เย็นเกิดจาก?     ข้อดีของการล้างแอร์         

                                  - แอร์บ้าน          ล้างแอร์, ล้างแอร์กี่ครั้งดี, ล้างแอร์กี่เดือนครั้ง ข้อความwww.facebook.com/airtoolsservice หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่าในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดีเพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้วซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น มีดังนี้ ปัจจัยหนึ่งก็คือเราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหนยิ่งเปิดบ่อยๆ หรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงานจะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากเช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง

**(สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันทีอยู่ปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)                   - แอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง    
ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุกๆ อาทิตย์ เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดไฟได้อีกนิด)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซนต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื่อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศทำให้เป็นผลดีกับสุขภาพของท่านด้วย                   - การเติมน้ำยาแอร์          ต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยไหม ลูกค้าหลายท่านชอบถามเวลาจะล้างแอร์ว่า ต้องเติมน้ำยาประมาณเท่าไหร่ จะต้องเสียกี่บาท ซื่งตรงนี้มันระบุแน่ชัดไม่แน่ชัดหรอกครับว่าต้องเติมน้ำยาแอร์เท่าไหร่ เพราะแอร์แต่ละเครื่องมัน จะมีอัตราการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ไม่เท่ากัน ซื่งส่วนใหญ่แอร์ที่พึ่งติดตั้งไปไม่เกิน 1 ปี ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์ (ถ้าเติมก็ไม่เกิน 10ปอนด์/ต่อตารางนิ้ว)แต่ถ้าเช็คแล้วน้ำยาขาดไปค่อนข้างเยอะ แสดงว่ามีปัญหาจากการติดตั้งแล้วครับส่วนแอร์เก่าหลังจาก 1 ปีเป็นต้นไปนั้น จะเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหนก็ต้องดูว่ามีจุดรั่วซึมของน้ำยามากแค่ไหน (ซื่งดูด้วยตาเปล่ายากมากถ้าไม่รั่วออกมามากจริงๆ) ซื่งบริเวณที่มักจะมีน้ำยารั่วซึมคือจุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือท่อทองแดง อาจเสียดสีกันจนน้ำยาแอร์สามารถรั่วซึมออกมาก็เป็นได้ ซื่งถ้าแอร์ของท่านมีจุดรั่วมากก็ย่อมต้องเติมมาก และต้องเติมบ่อยขึ้นครับ(อาการน้ำยาพร่องแต่ไม่ถึงกับรั่วนี่จะหาจุด ที่รั่วซึมยากมากเลยครับ) โดยอัตราน้ำยาในระดับปกติของแอร์บ้านทั่วไปจะต้องอยู่ที่ 70-80 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือแล้วแต่ทางผู้ผลิตจะกำหนดมาในแต่ละรุ่นครับ                   - วิธีล้างแอร์แบบติดผนัง         1. ให้ทำการเปิดหน้ากากออกมาโดยใช้มือทั้งสองข้าง (ที่ดึงจะอยู่ริมซ้ายและขวา) เพื่อดึงแผ่นกรองอากาศออกมาก่อน2. ขันสกรูที่ยึดตัวหน้ากากแอร์ไว้ (แต่ละยี่ห้อจะมีจุดยึดไม่เหมือนกัน ให้สังเกตดีๆ)3. ค่อยๆดึงหน้ากากแอร์แอร์ออกมา บางยี่ห้อสามารถดึงโดยจับด้านบนหน้ากากแอร์ บางยี่ห้อสามารถใช้มือสองข้างจับริมหน้ากากแอร์ แล้วดึงออกได้เลย (ให้สังเกตจุดล็อกเอา)4. ขันสกรูที่ล็อคถาดน้ำทิ้งออก แล้วค่อยขยับปล็ดล็อคถาดน้ำทิ้ง จากนั้นก็ดึงท่อน้ำทิ้งที่อยู่กับถาดน้ำทิ้งออก5. ใช้ผ้าใบพลาสติกคลุมแอร์ไว้ (คลุมแบบไหนก็ได้ไม่ให้น้ำหยด) แล้วทำการฉีดล้างด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง(ก่อนฉีดล้างควรสับเบรกเกอรร์ลง และใช้ผ้าคลุมแผงควบคุมด้านขวามือไว้)6. ใช้โบวเวอร์เป่าแผงคอยล์และแผงไฟให้แห้ง แล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด7. ประกอบแอร์กลับเข้าที่ให้เรียบร้อยโดยเริ่มจากใส่ถาดน้ำทิ้งก่อน8. ทำการฉีดล้างคอยล์ร้อน (คอนเดนซิ่งยูนิต) ให้สะอาดด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงโดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน9. จากนั้นก็สับเบรกเกอร์ขึ้น แล้วเปิดแอร์เพื่อทดสอบการทำงาน                   - แอร์ไม่เย็นเกิดจาก?         1. แอร์รั่ว : แอร์ไม่เย็น เนื่องจากแอร์ตัวใน หรือตัวนอก อาจจะเกิดการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ อยู่ในระบบ ทำให้แอร์ที่เราเปิดใช้งาน มีการทำงานปกติ ทั้งตัวด้านในด้านนอก แต่ไม่สามารถส่งความเย็นได้ เนื่องจากไม่มีสารทำความเย็นอยู่ในระบบ

2. คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน : อาการนี้จะเกิดขึ้นได้ส่วนใหญ่จะเป็นแอร์ที่ใช้งานมาประมาณ 2-3 ปีเนื่องจากอุปกรณ์ช่วยสตาร์ทอาจเสื่อมสภาพ หรือหมดอายุการใช้งานแต่ก็ไม่แน่นะครับ แอร์บางยี่ห้อใช้งานไปประมาณ 1 ปี กว่าๆ ก็มีอาการเสื่อมของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ท

3. คอมเพรสเซอร์แอร์เสีย : อาการของคอมเพรสเซอร์เสีย และทำให้แอร์ไม่มีความเย็น โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจาก ใช้แอร์ไปได้ประมาณ 5 ปี หรือมากกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแล และบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศว่าอยู่ในสภาพ ของการทำงานที่ปกติอยุ่ สม่ำเสมอหรือไม่ (ถ้าเสียก่อน 5 ปีแอร์รุ่นใหม่ ๆ จะอยู่ในการรับประกันของบริษัทของแอร์แต่ละยี่ห้อ)

4. ชุดควบคุมระบบไฟมีปัญหา : อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ตลอดอายุการใช้งานของแอร์ ไม่ว่าจะแอร์เก่า หรือแอร์ใหม่ ควรตรวจเช็คจุดเชื่อมต่อของระบบไฟ ทั้งคอยล์เย็น และคอยล์ร้อนเสมอ หรืออาจมีการรวนหลังจากการล้างแอร์ ก็เป็นไปได้เช่นกัน แม้กระทั่งเรื่องของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็สามารถ ทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วแอร์จะไม่มีความเย็นเลย ให้สังเกตุตัวคอนเดนซิ่งด้านนอกอาคารดูครับ ว่าทำงานปกติหรือไม่

5. มอเตอร์แอร์ด้านในเสีย : จะทำให้ไม่สามารถเป่าความเย็นที่แผงแฟนด์คอยล์ได้ ทำให้แอร์ ไม่สามารถทำความเย็นได้ ท่อระบบความเย็นอาจเกิดน้ำแข็งจับตัว ตามท่อระบบ ต้องทำการปิดแอร์และเปลี่ยนมอเตอร์แอร์ตัวด้านในใหม่                   - ข้อดีของการล้างแอร์         1. ช่วยประหยัดค่าไฟ2. ลดฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มองไม่เห็น3. กำจัดเชื้อโรค และลดปริมาณการก่อตัวของเชื้อโรค4. ยืดอายุแอร์ของท่านให้นานขึ้น5. แอร์จะเย็นเร็วขึ้น6. ลดภาวะโลกร้อน
chaiyan 12 มิ.ย. 2557 เวลา 22:40 น. 0 678
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^