LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2563รวมไว้ที่นี่! คู่มือการใช้งานและวิธีการพิมพ์สําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอิเล็กทรอนิกส์ 30 มี.ค. 2563ใหม่ล่าสุด คอร์สอบรมออนไลน์ เยาวชน กู้ภัย COVID-19 เรียนเสร็จแล้ว ได้ Certificate 30 มี.ค. 2563อบรมออนไลน์การวัดประเมินผลทักษะด้านการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ทำแบบประเมินได้เกียรติบัตร 30 มี.ค. 2563แบบทดสอบความรู้ไวรัส COVID-19 และการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอย่างถูกต้องออนไลน์ ผ่าน 70% ได้รับเกียรติบัตร 30 มี.ค. 2563เล็งปรับรับนักเรียน ปี63 ผ่านออนไลน์ 29 มี.ค. 2563อกศจ.เพชรบูรณ์ ประกาศคะแนนย้ายครูฯ ครั้งที่ 1 ปี 2563 29 มี.ค. 2563ล่าเกียรติบัตร..อยู่บ้านต้านโควิด-19 อบรมออนไลน์ หลักสูตร วิทยาการคำนวณและโค้ดดิ้ง  29 มี.ค. 2563คอร์สอบรมออนไลน์เยอะมาก! เหมาะกับคุณครู ผู้ปกครองและผู้สนใจ อบรมผ่านแล้วรับเกียรติบัตรกันไปเลย! 28 มี.ค. 2563Course อบรมออนไลน์ สุขภาพดีในภาวะโลกร้อน Chulalongkorn University เสร็จแล้วรับเกียรติบัตร 28 มี.ค. 2563สพฐ.แจ้งโอนจัดสรรงบประมาณฯ ค่าจ้างนักการภารโรง เม.ย.- มิ.ย.63

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล

usericon

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ผู้วิจัย นายชุมพร ภูพันนา ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ปีที่ศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง รวม 16 ชั่วโมง 2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) จำนวน 15 ข้อโดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า t-test
ผลการวิจัยสรุปดังนี้
1.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 86.50/80.79
2.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5703 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 57.03
3.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) มีคะแนนการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
4.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักการบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) โดยมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51
สรุป การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
kroojew 01 มิ.ย. 2557 เวลา 07:01 น. 0 870
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^