LASTEST NEWS

26 เม.ย. 2560สอศ.ประกาศสาขาแล้ว! เปิดสอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 562 อัตรา / 48กลุ่มวิชา (สมัคร3-9พ.ค.60) 26 เม.ย. 2560อบจ.ระยองเปิดสอบผู้ช่วยครู 62 อัตรา และพนักงานจ้าง 51 อัตรา (สมัคร8-24พ.ค.60) 26 เม.ย. 2560คุรุสภาขานรับฟื้นกรมการฝึกหัดครู 26 เม.ย. 2560ที่ ศธ 04009/ว 2336 การมอบหมายผู้แทนหน่วยงานเป็นกรรมการใน กศจ. ของจังหวัดต่างๆ 26 เม.ย. 2560โรงเรียน Interkids Bilingual School เปิดรับสมัคร ครูสอนวิชา ภาษาไทย สังคมศึกษา ครูดนตรีไทยและครูนาฏศิลป์ 26 เม.ย. 2560วุฒิป.ตรีทุกสาขา 7 อัตรา สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 เปิดสอบครูธุรการ สมัคร28เม.ย.-8พ.ค.60 26 เม.ย. 2560กศจ.อุบลราชธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 104 อัตรา (รายงานตัว9พ.ค.60) 25 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 25 เม.ย. 2560ด่วน!! กศจ.ชุมพร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 25 เม.ย. 2560สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 12 อัตรา (เงินเดือน18,000บ.)

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล

usericon

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ผู้วิจัย นายชุมพร ภูพันนา ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ปีที่ศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง รวม 16 ชั่วโมง 2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) จำนวน 15 ข้อโดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า t-test
ผลการวิจัยสรุปดังนี้
1.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 86.50/80.79
2.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5703 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 57.03
3.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) มีคะแนนการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
4.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักการบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) โดยมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51
สรุป การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
kroojew 01 มิ.ย. 2557 เวลา 07:01 น. 0 347
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^