LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล

usericon

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ผู้วิจัย นายชุมพร ภูพันนา ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ปีที่ศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง รวม 16 ชั่วโมง 2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) จำนวน 15 ข้อโดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า t-test
ผลการวิจัยสรุปดังนี้
1.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 86.50/80.79
2.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5703 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 57.03
3.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) มีคะแนนการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
4.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักการบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) โดยมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51
สรุป การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
kroojew 01 มิ.ย. 2557 เวลา 07:01 น. 0 342
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^