LASTEST NEWS

21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย 21 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว5151 ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือน/ค่าจ้าง/ค่าตอบแทน ครั้งที่ 2 (1ตุลาคม 2560) 21 ส.ค. 2560บรรจุครั้งแรก 100 อัตรา กรมทางหลวง เปิดสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 21 ส.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 85 อัตรา มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย 21 ส.ค. 2560กรมการขนส่งทหารบก เปิดสอบพนักงานราชการ 40 อัตรา (สมัคร28-31ส.ค.60) 20 ส.ค. 2560ทปอ.ยื้อสรุปเปิด-ปิดตามอาเซียน 20 ส.ค. 2560กยศ. เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 16 อัตรา (วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,750บ.) 19 ส.ค. 2560สพป.เชียงใหม่ เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ จำนวน 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องมีวุฒิครู สพป.สมุทรสาคร เปิดสอบพี่เลี้ยงเด็กพิการ 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว 7 อัตรา

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล

usericon

รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หล
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ผู้วิจัย นายชุมพร ภูพันนา ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20
ปีที่ศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/9 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน โดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง รวม 16 ชั่วโมง 2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) จำนวน 15 ข้อโดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า t-test
ผลการวิจัยสรุปดังนี้
1.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 86.50/80.79
2.    แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานศึกษาและจัดทำขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5703 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 57.03
3.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) มีคะแนนการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
4.    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักการบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) โดยมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51
สรุป การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้หลักบูรณาการของเมอร์ดอคซ์ (MIA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
kroojew 01 มิ.ย. 2557 เวลา 07:01 น. 0 375
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^