LASTEST NEWS

22 พ.ค. 2562กศจ.อุดรธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 3 จำนวน 6 อัตรา - รายงานตัว 31 พ.ค.2562 22 พ.ค. 2562"สุเทพ" ใจป้ำสุดๆ ประกาศอัดฉีดงบฯเขตพื้นที่ละ1 ล้านไปยกระดับการศึกษา 22 พ.ค. 2562ครม.ไฟเขียว ต่ออายุ "ข้าราชการ" เกษียณได้ในวัย 70 ปี 22 พ.ค. 2562ขอแสดงความยินดี 22 พ.ค. 2562มาแล้วครับ! เกียรติบัตรการอบรม DLTV TELETRAINING ดาวน์โหลดและพิมพ์ประกาศเกียรติบัตร ได้ที่นี่ 22 พ.ค. 2562สอศ.เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครู จำนวน 6 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 18,000.-บาท 22 พ.ค. 2562สพฐ.แจก 1 ล้านให้เขตพื้นที่ยกระดับคุณภาพการศึกษา - จี้ 2 เดือนเด็กต้องอ่านออกเขียนได้ 100% 22 พ.ค. 2562กศจ.ลพบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 27 อัตรา - รายงานตัว 30 พ.ค.2562 22 พ.ค. 2562โรงเรียนเบญจมราชูทิศ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกชีววิทยา  22 พ.ค. 256218 มหา'ลัยยังไม่เสนอหลักสูตรครู4ปี

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์  โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา
ชื่อเรื่อง    การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน    ดารารัตน์ รื่นรส
โรงเรียน    โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38
ปีการศึกษา    2556

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ ผู้รายงานมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรม
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์กับเกณฑ์ร้อยละ 75 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test Dependent) และสถิติทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว
(t - test one sample) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.90/77.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
dararat21 31 พ.ค. 2557 เวลา 20:16 น. 0 496
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^