LASTEST NEWS

21 ก.ย. 2561กศจ.นครราชสีมา รวมลิงค์ สรุปข้อมูลการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 21 ก.ย. 2561ตัดสินใจไม่ถูกกับการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองในอนาคต "ครูผู้ช่วย 1/2561" 21 ก.ย. 2561นักวิชาการ แนะ ศธ. ทบทวนบรรจุครูจบไม่ตรงสายสอนประถม ส่อกระทบพัฒนาการเด็ก 21 ก.ย. 2561พิจิตรวิกฤตโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีครูส่อเค้าบาน 21 ก.ย. 2561ไม่ต้องผ่านภาค ก 220 อัตรา ม.นวมินทราธิราช เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย (สมัครออนไลน์) 20 ก.ย. 2561ข่าวดีได้เฮ!! สพฐ.เปิดสอบครูธุรการ 16,000 อัตรา วุฒิ ปวช./ปวส.ไม่ต้องมีวุฒิครู 20 ก.ย. 2561กยศ. หักเงินเดือนลูกหนี้ 1 ล้านราย มีองค์กรนายจ้างถึง 1 แสนแห่ง 20 ก.ย. 2561เด็กรุ่นใหม่ยื่น 3 ข้อเสนอให้ศธ.แก้ไข 20 ก.ย. 2561ส่งงบฯหนังสือเรียนปี61ถึงสถานศึกษาแล้ว 20 ก.ย. 2561“หมอธี” สั่ง“สพฐ.”จัดการ “บิ๊กสพท.”ต่อต้านคำสั่ง“คสช.”

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์  โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา
ชื่อเรื่อง    การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน    ดารารัตน์ รื่นรส
โรงเรียน    โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38
ปีการศึกษา    2556

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ ผู้รายงานมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรม
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์กับเกณฑ์ร้อยละ 75 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test Dependent) และสถิติทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว
(t - test one sample) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.90/77.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
dararat21 31 พ.ค. 2557 เวลา 20:16 น. 0 398
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^