LASTEST NEWS

20 ก.พ. 2560ด่วนที่สุด! การจัดทำข้อมูลงบประมาณเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูฯ ประจำปี พ.ศ.2560 20 ก.พ. 2560(วุฒิปวส.-ป.ตรีทุกสาขา) สพฐ.เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป (ส่วนกลาง) 10 อัตรา 20 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ร่นเวลาเร็วขึ้น 10 วันให้แล้วเสร็จเดือนเม.ย. 20 ก.พ. 2560เล็งให้บริษัทประกันดูแลค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ 20 ก.พ. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. 2/2560 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 20 ก.พ. 2560สอศ.บรรจุครูผู้ช่วยอาชีวะรอบที่ 6 20 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยสพฐ.เร็วขึ้น 20 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.เห็นชอบให้ปรับปฏิทินการสอบครูผู้ช่วย โดยให้ทุกอย่างแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 60 20 ก.พ. 2560แชร์ด่วน! ((ประกาศแล้ว!)) สำนักงาน ก.พ. เปิดสอบภาค ก ทั่วไป ปี2560 แล้ว (สมัคร1-21มี.ค.2560) 20 ก.พ. 2560เกณฑ์วิทยฐานะใหม่คลอด มี.ค.ดันแม่พิมพ์ได้’ชำนาญการ’ภายใน 5-7 ปี’หมอธี’จี้ ก.ค.ศ.วางแนวดูแลครูบรรจุใหม่

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์  โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา
ชื่อเรื่อง    การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน    ดารารัตน์ รื่นรส
โรงเรียน    โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38
ปีการศึกษา    2556

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ ผู้รายงานมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรม
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์กับเกณฑ์ร้อยละ 75 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test Dependent) และสถิติทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว
(t - test one sample) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.90/77.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
dararat21 31 พ.ค. 2557 เวลา 20:16 น. 0 285
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^