LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560อาชีวะให้72 สาขาไม่มีตั๋วสอบครูผู้ช่วย 24 เม.ย. 2560อาชีวะขอแยกเกณฑ์ทำวิทยฐานะย้ำลักษณะงานแตกต่างสังกัดอื่น 24 เม.ย. 2560สอศ.เปิดสอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 572 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต) 24 เม.ย. 2560พูดจนเหนื่อยเกณฑ์วิทยฐานะใหม่..ครูไม่เสียสิทธิใดๆ 24 เม.ย. 2560โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับสมัครอาจารย์ผู้สอน 7 อัตรา 24 เม.ย. 2560โรงเรียนวัดบางพูน รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000บาท(สมัคร25-29เม.ย.60) 24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ 23 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 23 เม.ย. 2560วิธีสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย พิชิตใจกรรมการ ผ่านแบบฉลุย โดย ดร.วีระ ติวสอบ เพจการศึกษา 23 เม.ย. 2560เผยสอบครูบุรีรัมย์ ขาดสอบวันแรก 404 คน ผอ.เขตพื้นที่สั่งดูแลคนท้อง-คนป่วย กรณีพิเศษ

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล โร

usericon

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล  โร
ชื่อเรื่องประเมิน         รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล
         โรงเรียนอนุบาลลพบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1
ผู้ประเมิน          นางสาววิรัชฎาพร ภาคากิจ
ปีที่ประเมิน         2556

บทคัดย่อ
        การประเมินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
สู่มาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลลพบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ใน 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านสภาพแวดล้อม (2) ด้านปัจจัยนำเข้า (3) ด้านกระบวนการ และ (4) ด้านผลผลิตของโครงการ 2) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลลพบุรี ปีการศึกษา
2556 จำนวน 936 คน จำแนกได้ดังนี้ คณะกรรมการบริหารโครงการ ใช้ประชากรทั้งหมดจำนวน 17 คน คณะครูโรงเรียนโรงเรียนอนุบาลลพบุรี ใช้ประชากรทั้งหมด จำนวน 79 คน นักเรียนโรงเรียนอนุบาลลพบุรี ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ด้วยการจับฉลาก ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 420 คน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลลพบุรี ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับฉลาก ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 420 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เป็นแบบสอบถาม จำนวน 2 ฉบับ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยแบบประเมินฉบับที่ 1 จำนวน 60 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.93 แบบประเมินฉบับที่ 2 จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการประเมินพบว่า
    1. ผลประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านสู่มาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลลพบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ใน 4 ด้าน สรุปได้ดังนี้
1.1 ผลการประเมินความเหมาะสมด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.41, = 0.62 )
1.2 ผลการประเมินความเหมาะสม ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.34, =0.69)
    1.3 ผลการประเมินความเหมาะสม ด้านกระบวนการของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.32, = 0.65)
        1.4 ผลการประเมินความเหมาะสม ด้านผลผลิตของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.50, =0.55)
     1.5 ผลการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ของคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มีการเสนอแนะว่า ควรมีการประเมินความสามารถในการอ่านของนักเรียนทุกระดับชั้น. ควรปลูกฝังให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนทั้งในและนอกชั้นเรียน เป็นต้น ควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นให้นักเรียนมีโอกาสฝึกอ่านอย่างสม่ำเสมอ ควรส่งเสริมให้นักเรียนเพิ่มทักษะการอ่านจากหนังสืออ่านนอกเวลา
    2. ผลการประเมินความพึงพอใจในการดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านสู่มาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลลพบุรี ตามความคิดเห็นผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน สรุปผลได้ดังนี้
     2.1 ความพึงพอใจในการดำเนินโครงการ ความคิดเห็นของนักเรียนในภาพรวมของโครงการมีความพึงพอใจในระดับมาก ( =4.39, S.D. = 0.58 ) ส่วนผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นในภาพรวมของโครงการ มีความพึงพอใจในระดับมากเช่นกัน ( =4.45, S.D. = 0.56)
         2.2 ผลการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ของผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน มีการเสนอแนะว่า ต้องการให้โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน ได้สร้างนิสัยรักการอ่านตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของนักเรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านทำให้นักเรียนนำทักษะการอ่านมาใช้ประโยชน์ในการเรียนทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความสนใจของนักเรียนแต่ละกลุ่มอายุ แต่ละระดับชั้น โรงเรียนควรเพิ่มระยะเวลาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน และควรให้มีการดำเนินโครงการนี้ต่อไป

    

















aoyaing2517 19 พ.ค. 2557 เวลา 17:34 น. 0 228
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^