LASTEST NEWS

20 ก.พ. 2561สอบบรรจุข้าราชการครูอย่างไรให้ได้ลำดับที่ 1 20 ก.พ. 2561เล็งผุดหน่วยงานกลางยกเครื่องปฏิรูปครูทั้งระบบ 20 ก.พ. 2561“หมอธี”สั่งสพฐ.สำรวจระเบียบที่จำเป็นต้องยกเลิก 20 ก.พ. 2561ข้อมูลเรียกบรรจุครูผู้ช่วยปี'60 ล่าสุด ขึ้นบัญชี 29,242 คน เรียกบรรจุไปแล้ว 15,985 คน คงเหลือ 13,257 คน 20 ก.พ. 2561กระทู้พันทิป...ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูเถอะครับ..เพื่อเห็นแก่การศึกษาของชาติ 20 ก.พ. 2561กรมการแพทย์ เปิดสอบล็อตใหม่ 91 อัตรา (สมัครทางInternet 21-27ก.พ.61) 20 ก.พ. 2561ขอเริ่มสอบตั๋วครูเด็กเข้าเรียนปี61 20 ก.พ. 2561โอกาสมาแล้ว! การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดรับสมัครสอบบรรจุเป็นพนักงาน ปี2561 20 ก.พ. 2561เช็คตำแหน่งงานว่างและคุณสมบัติ ด่วน! “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2561 20 ก.พ. 2561สพฐ.เปิดช่องขยายห้องเรียนรร.ดัง

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพ ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณา

usericon

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพ ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณา

ชื่อเรื่อง      รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพ ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย     สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย     นางสุนันท์ วชิรมนตรี
ปีการศึกษา     พ.ศ.2555 – 2556

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน 2) รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน 3) ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน 4) ความสัมพันธ์ของรูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน และ5) ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูล เป็นประชากรที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย รองผู้บริหารสถานศึกษา 4 คน ครูผู้สอน 167 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 14 คน และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง 7 คน รวมทั้งสิ้น 192 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 4 ฉบับ เก็บรวบรวมข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และแปลความหมาย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. สภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.13 ด้านที่มีปัญหามากเรียงตามลำดับ คือ ด้านการประเมินคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51 ด้านการควบคุมคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.23 ด้านการตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงโรงเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.01
    2. รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผู้บริหารเหนือผู้บริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 รองลงมาคือ ความเป็นเอกภาพ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ เครือข่ายการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53     
    3. ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงโรงเรียน และด้านการประเมินคุณภาพ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 รองลงมาคือ ด้านการควบคุมคุณภาพการศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40
    4. รูปแบบการบริหารและการประกันคุณภาพภายใน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูง คือ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ = 0.718 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
    5. ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.70 องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การศึกษาที่เป็นมาตรฐานชาติ อยู่ในระดับมากที่สุด 4.64 รองลงมาคือ การสู่เป้าหมายสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารเหนือผู้บริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54
pathcha 06 พ.ค. 2557 เวลา 14:33 น. 0 204
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^