LASTEST NEWS

21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาการศึกษาปฐมวัย สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาดนตรีสากล สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาดนตรีไทย สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาดนตรี สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชานาฏศิลป์ สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาศิลปะ สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาบรรณารักษ์ สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562เช็ก!! กลุ่มวิชาพละศึกษา สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น 2562 มีปริญญาตรีไหนเทียบกันได้บ้าง 21 เม.ย. 2562สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2562 คาดว่ามีผู้สมัคร 400,000คน 21 เม.ย. 2562กางตารางสรุป!! อัตราว่าง สอบครูผู้ช่วยท้องถิ่น ปี62 แยกวิชาเอก จำแนกตามภาค/เขต ทั่วประเทศ

การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15

usericon

การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15
ชื่อเรื่อง การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า)
ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางสาวสุนันทา พร้าวตะคุ

บทคัดย่อ

    การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกัน 2) ศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 3) ศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555
    กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาค้นคว้า จำนวน 40 คน เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ 1) แบบประเมินความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ความคิดเห็นของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2) แบบสัมภาษณ์นักเรียน ครู ผู้ปกครอง โดยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ศึกษาความคิดเห็นครูที่ปรึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง ที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สถิติที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและใช้การบรรยายเชิงพรรณาในการวิเคราะห์คุณภาพ
    ผลการศึกษาพบว่า
    1. โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) มีคู่มือในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งทำให้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นแนวทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555
2.1 ความรู้ ความเข้าใจของครูที่ปรึกษา ในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.54 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48
2.2 ด้านความสามารถของครูที่ปรึกษาในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูที่ปรึกษาก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.72 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.98
2.3 ด้านความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.86 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21
    3. สัมฤทธิ์ผลของการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยองค์ประกอบ 5 ด้าน 1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูที่ปรึกษาจัดทำระเบียนสะสม มีการบันทึกและรายงานผลครบทุกชั้นเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 2) การคัดกรองนักเรียน โดยใช้แบบประเมิน SDQ แยกเป็น กลุ่มปกติ คิดเป็นร้อยละ 80.53 กลุ่มเสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 9.12 และกลุ่มมีปัญหา คิดเป็นร้อยละ 10.35 3) นักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาและมีคุณภาพดี คิดเป็นร้อยละ 80.35 4) การป้องกันแก้ไขปัญหานักเรียนได้รับการพัฒนาช่วยเหลือตรงตามสภาพปัญหา คิดเป็นร้อยละ 86.44 ส่วนร้อยละ 13.56 ที่โรงเรียนยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เป็นนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบางสาระการเรียนรู้ต่ำซึ่งทางโรงเรียนกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และ 5) การส่งต่อนักเรียนที่มีพฤติกรรมยากต่อการช่วยเหลือในชั้นเรียน ส่งต่อไปยังงานแนะแนวของโรงเรียนตามลำดับ ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 100.00 จึงไม่มีการส่งต่อนักเรียนไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก
sabannga 29 เม.ย. 2557 เวลา 21:58 น. 0 432
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^