LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน 23 ม.ค. 2560สพม.13 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 8 วิชาเอก จำนวน 12 อัตรา 23 ม.ค. 2560สพม.20 รับสมัครครูอัตราจ้าง (ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน) 10 อัตรา เงินเดือน 17,000 บาท 23 ม.ค. 2560ผลเทียบโอนความรู้ฯ ครั้งที่ 117 23 ม.ค. 2560โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม รับสมัครเจ้าหน้าที่้สำนักงาน วุฒิป.ตรี 15,000บาท 22 ม.ค. 2560เทศบาลตำบลศรีษะเกษ เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร18-26ม.ค.60 22 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ 5 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน15,000.- 22 ม.ค. 2560แนวปฏิบัติการดำเนินการทางวินัยพนักงานราชการ

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA M

usericon

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา  	(CIPPA M
บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
2) ศึกษากระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง เลขยกกำลัง
3) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 และมีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองบัวน้อยห้วยโจดโนนขามแป สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จานวน 11 คน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวงจรปฏิบัติการวิจัย 2 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดกิจการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่องเลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน แบบบันทึกหลังสอนและแบบทดสอบกระบวนการแก้ปัญหาท้ายวงจร 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และสรุปความเรียง
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นทบทวนความรู้เดิม เป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียน โดยผู้วิจัยแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และการทบทวนความรู้ที่เคยเรียนมาซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้ใหม่ที่จะได้ เรียน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทบทวนความรู้โดยตรง การเล่นเกม เป็นต้น 2) ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่ นักเรียนแสวงหา ความรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันที่ครูจัดเตรียมไว้ให้
3) ขั้นศึกษาและสร้างความเข้าใจข้อมูลและเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม นักเรียนทำความเข้าใจกับข้อมูลความรู้ใหม่ที่หามาได้โดยอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นทำความเข้าใจปัญหา ขั้นการวางแผนแก้ปัญหา ขั้นดำเนินการตามแผน และขั้นตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ 4) ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ เข้ากับกลุ่ม นักเรียนเข้ากลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในกลุ่ม อาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเอง 5) ขั้นสรุปและจัดระเบียบความรู้ นักเรียนจะสรุปแนวคิด หลักการ มโนมติและกระบวนการแก้ปัญหา นำความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งที่ความรู้เดิมและความรู้ใหม่ มาจัดให้เป็นระบบระเบียบ โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสรุปโดยตรง การเล่นเกม การทำผังมโนมติ 6) ขั้นแสดงผลงาน นักเรียนจัดแสดงผลงานกลุ่มโดยจัดป้ายนิเทศ เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ความคิดในการนำเสนอผลงานอย่างเต็มที่ มีกิจกรรมการลงมติให้คะแนนกับกลุ่มที่มีผลงานยอดเยี่ยม 7) ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ในขั้นนี้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลของการพัฒนาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา สามารถแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถตรวจสอบความรู้ตามหลักการได้ถูกต้อง กล้าแสดงความคิดเห็นในการร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ มีทักษะในการทำงานกลุ่ม และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการแก้ปัญหาได้
    2. ผลการศึกษากระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบทดสอบท้ายวงจรแบบอัตนัย พบว่า กระบวนการแก้ปัญหาในวงจร
ที่ 1 อยู่ในระดับพอใช้ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75.91 และนักเรียนจำนวนร้อยละ100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดมีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป กระบวนการแก้ปัญหาในวงจรที่ 2 อยู่ในระดับดี นักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ80.23 และนักเรียนร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป
    3. ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 76.06 และมีจำนวนนักเรียนร้อยละ 72.73 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป
gorumjost 24 เม.ย. 2557 เวลา 08:24 น. 0 194
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^