LASTEST NEWS

22 พ.ย. 2560สพฐ.ย้ำเลิก"ไอซียู"เหตุ รร.พ้นวิกฤต 22 พ.ย. 2560สพม.36 เปิดรับสมัครครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 14 อัตรา สมัคร24-30พ.ย.60 22 พ.ย. 2560สอบสวน2ครูสาวพุ่งเป้าสพม.38 เรียกผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย 21 พ.ย. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก. 31 อัตรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 21 พ.ย. 2560ยันไม่มีระเบียบให้กล้อนผมเด็ก 20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA M

usericon

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา  	(CIPPA M
บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
2) ศึกษากระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง เลขยกกำลัง
3) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 และมีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองบัวน้อยห้วยโจดโนนขามแป สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จานวน 11 คน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวงจรปฏิบัติการวิจัย 2 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดกิจการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่องเลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน แบบบันทึกหลังสอนและแบบทดสอบกระบวนการแก้ปัญหาท้ายวงจร 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และสรุปความเรียง
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เรื่อง เลขยกกำลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นทบทวนความรู้เดิม เป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียน โดยผู้วิจัยแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และการทบทวนความรู้ที่เคยเรียนมาซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้ใหม่ที่จะได้ เรียน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทบทวนความรู้โดยตรง การเล่นเกม เป็นต้น 2) ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่ นักเรียนแสวงหา ความรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันที่ครูจัดเตรียมไว้ให้
3) ขั้นศึกษาและสร้างความเข้าใจข้อมูลและเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม นักเรียนทำความเข้าใจกับข้อมูลความรู้ใหม่ที่หามาได้โดยอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นทำความเข้าใจปัญหา ขั้นการวางแผนแก้ปัญหา ขั้นดำเนินการตามแผน และขั้นตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ 4) ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ เข้ากับกลุ่ม นักเรียนเข้ากลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในกลุ่ม อาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนเอง 5) ขั้นสรุปและจัดระเบียบความรู้ นักเรียนจะสรุปแนวคิด หลักการ มโนมติและกระบวนการแก้ปัญหา นำความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งที่ความรู้เดิมและความรู้ใหม่ มาจัดให้เป็นระบบระเบียบ โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสรุปโดยตรง การเล่นเกม การทำผังมโนมติ 6) ขั้นแสดงผลงาน นักเรียนจัดแสดงผลงานกลุ่มโดยจัดป้ายนิเทศ เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ความคิดในการนำเสนอผลงานอย่างเต็มที่ มีกิจกรรมการลงมติให้คะแนนกับกลุ่มที่มีผลงานยอดเยี่ยม 7) ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ในขั้นนี้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลของการพัฒนาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา สามารถแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถตรวจสอบความรู้ตามหลักการได้ถูกต้อง กล้าแสดงความคิดเห็นในการร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ มีทักษะในการทำงานกลุ่ม และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการแก้ปัญหาได้
    2. ผลการศึกษากระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบทดสอบท้ายวงจรแบบอัตนัย พบว่า กระบวนการแก้ปัญหาในวงจร
ที่ 1 อยู่ในระดับพอใช้ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75.91 และนักเรียนจำนวนร้อยละ100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดมีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป กระบวนการแก้ปัญหาในวงจรที่ 2 อยู่ในระดับดี นักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ80.23 และนักเรียนร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป
    3. ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 76.06 และมีจำนวนนักเรียนร้อยละ 72.73 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป
gorumjost 24 เม.ย. 2557 เวลา 08:24 น. 0 235
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^