LASTEST NEWS

21 ม.ค. 2563กทม.สั่งปิด 437 รร.ทั่วกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ 1 วัน หลังเจอวิกฤตฝุ่นทั่วกรุง 21 ม.ค. 2563อบจ.สมุทรปราการ เปิดสอบพนักงานจ้าง 71 อัตรา สมัคร 29 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์ 2563 21 ม.ค. 2563กศจ.นครพนม เรียกบรรจุครูเพิ่ม แทนผู้ไม่มารายงานตัว  21 ม.ค. 2563โรงเรียนเซนต์ดอมินิก ประกาศหยุดการเรียนกรณีพิเศษ หลังค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ สูงเกินมาตรฐานในช่วงนี้ 21 ม.ค. 2563ดาวน์โหลด!!! ข้อสอบ O-NET 2561 พร้อมเฉลย (PDF) จาก สทศ. เฉลยครบทั้ง 3 ระดับชั้น 21 ม.ค. 2563หากพบ"ฝุ่นจิ๋ว"วิกฤติ ให้ผอ.สั่งปิดสถานศึกษาทันที 20 ม.ค. 2563ก.ค.ศ.มีมติกำหนดแนวปฏิบัติในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูฯ 20 ม.ค. 2563กศจ.นครราชสีมา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 8 รายงานตัว 27 มกราคม 2562 20 ม.ค. 2563สพฐ.ไฟเขียว รร.เจอฝุ่นPM2.5 ระดับวิกฤตให้หยุดเรียนได้7วัน  20 ม.ค. 2563เตรียมชงร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติให้กฤษฎีกา พิจารณาภายในเดือนม.ค.นี้

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์

usericon

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์
ชื่อเรื่อง             การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหา            ตามเทคนิคของโพลยาเรื่องคลื่นเสียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ผู้รายงาน         นางสุพัฒตา โนทะนะ
สถานศึกษา         โรงเรียนนาน้อย             สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37
ปีที่ศึกษา     ปีการศึกษา 2556

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง และเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 32 คน โรงเรียนนาน้อย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t – test)
    ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
1.    คะแนนประสิทธิภาพระหว่างเรียนและหลังเรียนของชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เปรียบเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ผลการศึกษาพบว่าคะแนนประสิทธิภาพระหว่างเรียนและหลังเรียนคือร้อยละ 86.84 และ 86.15 ตามลำดับ คิดเป็นคะแนนประสิทธิภาพระหว่างเรียน/หลังเรียนคือ 86.84/86.15 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2.    ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของ
โพลยา เรื่อง คลื่นเสียง พบว่า มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้โจทย์ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา เรื่อง คลื่นเสียง โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
supatta090 19 เม.ย. 2557 เวลา 01:13 น. 0 482
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^