LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ

ผลงานทางวิชาการรองวิภาดา ศรีลาศักดิ์ เทศบาลเมืองมุกดาหาร

usericon

ผลงานทางวิชาการรองวิภาดา  ศรีลาศักดิ์ เทศบาลเมืองมุกดาหาร
ชื่อเรื่อง        การพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน
โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) : การวิจัยปฏิบัติการ
แบบมีส่วนร่วม
ผู้วิจัย        นางวิภาดา ศรีลาศักดิ์
ตำแหน่ง    รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
สถาบัน        โรงเรียนทีโอเอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองศึกษา
เทศบาลเมืองมุกดาหาร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่รายงาน     2556
    
บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร 2) หาแนวทางการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร 3) เพื่อติดตามและประเมินผลของการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (planning) การปฏิบัติการ (Action) การสังเกตการณ์ (Observation) และการสะท้อนกลับ (Reflection) จำนวน 2 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 9 คน ประกอบด้วย ผู้วิจัย จำนวน 1 คน ผู้ร่วมวิจัย คือ ครูในโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) ที่สอน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 8 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 51 คน ซึ่งได้มาโดย การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการประชุมครู แบบบันทึกการสัมภาษณ์ผู้ร่วมวิจัย แบบประเมินการประชุมเชิงปฏิบัติการ แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกภาคสนามของผู้วิจัย แบบประเมินพฤติกรรม การอ่านของนักเรียน แบบประเมินการพัฒนาครู การวิเคราะห์ เชิงปริมาณ ใช้สถิติหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการตรวจสอบข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่ของเนื้อหาและนำเสนอโดยความเรียง นำเสนอผลการวิจัยเชิงพรรณนาวิเคราะห์


    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ผลการศึกษาสภาพและปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า 1) สภาพเกี่ยวกับการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า นักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านส่วนใหญ่ สนใจการเล่นกับเพื่อนมากกว่าการอ่านหนังสือ ซึ่งส่งผลทำให้ การเรียนต่ำ นอกจากนี้ครูยังขาดเทคนิคและวิธีการในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการพัฒนาทักษะและกระบวนการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครู โดยจะต้องมีการกำกับ และติดตามผล เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนอย่างจริงจัง 2) ปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า ครูขาดความรู้ความเข้าใจและขาดเทคนิควิธีการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ซ้ำซากและไม่ตรงกับความสนใจของนักเรียน ครูแต่ละคนไม่มีการปรึกษาหารือในการแก้ไขปัญหานักเรียนในการอ่านอย่างจริงจัง ประกอบกับมีภาระงานมากเกินไป ทำให้ขาดการติดตาม กำกับดูแลเอาใจใส่นักเรียนให้มีนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ปกครองนักเรียนนั้นยังไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ต่อนักเรียนในด้านการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านมากนัก
    2. แนวทางการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) มีดังนี้
2.1     การศึกษาดูงานในโรงเรียนต้นแบบ โดยใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์
2.2     การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัย
รักการอ่านมี 3 ด้าน ดังนี้
                2.2.1 ความรู้ความเข้าใจในหลักการ ทฤษฎีในการอ่าน
                2.2.2 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน
ไปจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
                2.2.3 การนำแผนการจัดการเรียนรู้ ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน
ไปจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.3     การนิเทศภายใน
    3. ผลการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียน ที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า
        3.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ก่อนการพัฒนา กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 2 คน จากผู้ร่วมวิจัยจำนวน 8 คน มีระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แต่หลังจากได้รับการพัฒนา



กลุ่มผู้ร่วมวิจัยทั้ง 8 คน มีระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรัก การอ่านของนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แสดงว่าผู้ร่วมวิจัยทั้ง 8 คน มีความก้าวหน้าในการพัฒนา จากการประเมินผลกลุ่มผู้ร่วมวิจัย เกี่ยวกับการประชุมเชิงปฏิบัติการ พบว่า ความคิดเห็นในภาพรวมเกี่ยวกับการประชุมเชิงปฏิบัติการมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 อยู่ในระดับมาก
            3.2 ด้านการเขียนแผนการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า หลังจากการพัฒนาโดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ แล้วได้มีการประเมินพฤติกรรมครูเกี่ยวกับการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 100
            3.3 ด้านการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน 8 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรมส่งเสริมการใช้ห้องสมุด 2) กิจกรรมยอดนักเล่านิทาน 3) กิจกรรมยอดนักอ่าน 4) กิจกรรมวาดภาพระบายสี 5) กิจกรรมแข่งขันการอ่าน 6) กิจกรรมจัดนิทรรศการหนังสือ 7) กิจกรรมแข่งขันเปิดพจนานุกรม และ 8) กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาจากหนังสือ โดยดำเนินการพัฒนาเป็น 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 พัฒนาในระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2555 ซึ่งผลการพัฒนาการจัดกิจกรรมนี้ปรากกฎว่า กิจกรรมยอดนักอ่านยังมีคนที่ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมเพียง 16 คน กลุ่มผู้วิจัย จึงมีประชุมเพื่อปรึกษาหารือกัน โดยมีความเห็นว่า ครูต้องทำการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการสริมสร้างนิสัยการรักการอ่าน พร้อมกับจัดกิจกรรมยอดนักอ่านกับนักเรียนจำนวน 24 คน ในวงรอบที่ 2 ในระหว่างวันที่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2555 ซึ่งนักเรียนให้ความสนใจและร่วมทำกิจกรรมครบทุกคน นอกจากนี้กลุ่มผู้ร่วมวิจัยได้ประเมินพฤติกรรมด้านการอ่านของนักเรียน ก่อนและหลังการดำเนินการพัฒนา พบว่า ก่อนดำเนินการจัดกิจกรรม นักเรียนมีพฤติกรรมการมีนิสัย รักการอ่าน อยู่ในระดับน้อย ( = 1.86) หลังการพัฒนานักเรียนมีการแสดงพฤติกรรมอยู่ ในระดับมากที่สุด ( = 4.75)
จากการสรุปผลการพัฒนาศักยภาพครู ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) ทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน และการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาศักยภาพครู ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ตามแนวทางการพัฒนา 3 แนวทาง คือ การศึกษาดูงานในโรงเรียนต้นแบบ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายใน ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
krusakon 16 เม.ย. 2557 เวลา 12:07 น. 0 148
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^