LASTEST NEWS

17 ก.ย. 2562กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 6 อัตรา บรรจุและแต่งตั้ง 30 ก.ย.2562 17 ก.ย. 2562กรมสรรพากร เปิดสอบรับราชการ 760 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 27ก.ย.-24ต.ค.62 17 ก.ย. 2562แฉ!ครูสังกัดสพฐ.อ้างช่วยสอบครูได้ เพียงจ่าย6แสน 17 ก.ย. 2562เปิดใจครูศูนย์เด็กกาฬสินธุ์ ผวา'ว.33'สั่งให้ออก10คน 17 ก.ย. 2562อบต.บึงคำพร้อย รับสมัครครูอัตราจ้าง 10 อัตรา สมัคร 12-20 กันยายน 2562 17 ก.ย. 2562มารู้จัก "ครูรัก(ษ์)ถิ่น" ทุนเรียนครูโครงการใหม่ เริ่มรับปี 63 ใน 11 มหา'ลัย 17 ก.ย. 2562ตีกลับ เกณฑ์รับ นักเรียนปี 63  17 ก.ย. 2562"สุวิทย์"เตรียมเดินสายพบ23สถาบันผลิตครู ปรับทิศทางการผลิตบัณฑิตสายนี้ 16 ก.ย. 2562สพฐ.โอนจัดสรรงบประมาณ เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 16 ก.ย. 2562โรงเรียนบ้านศาลา เปิดสอบครูอัตราจ้าง 11 อัตรา สมัคร 9-20 ก.ย.2562

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร

usericon

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร
บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD 2) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ร้อยละ 75 ขึ้นไป 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนกัลยาณวัตร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 48 คนโดยคัดเลือกแบบเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองภาคปฏิบัติ คือ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD จำนวน 17 แผน รวมทั้งแผนปฐมนิเทศ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน แบบบันทึกผลหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์นักเรียนและแบบทดสอบย่อยท้ายวงจรปฏิบัติการ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD ผู้ศึกษาดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 วงจร การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสรุปความเรียง
ผลการศึกษาพบว่า
1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD ตามวงจรปฏิบัติการทั้ง 4 วงจรประกอบด้วย 8 ขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้ 1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน นักเรียนเข้าใจจุดประสงค์การเรียนรู้และวิธีปฏิบัติตนในการเรียน ทำให้มีความพร้อมและมีเป้าหมายในการเรียนรวมทั้งได้ทบทวนความรู้เดิมที่เชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย 2) ขั้นนำเสนอบทเรียนต่อทั้งชั้น จากการตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียนทำให้นักเรียนมีความตั้งใจในขณะที่นำเสนอเนื้อหา และร่วมอภิปรายจากสื่อประกอบการอธิบาย ทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมตามที่กำหนด 3) ขั้นการศึกษากลุ่มย่อย นักเรียนร่วมกันศึกษาเนื้อหาบทเรียนจากบัตรงานทุกคนในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ช่วยเหลือแนะนำและอธิบายให้เพื่อนทุกคนในกลุ่มเข้าใจบทเรียน 4) ขั้นสรุปนักเรียนมีความรู้ความข้าใจ สามารถสรุปเป็นความคิดรวบยอดที่ชัดเจนและครบถ้วน 5) ขั้นพัฒนาทักษะ/การนำไปใช้ นักเรียนสามารถทำแบบฝึกทักษะเป็นรายบุคคลโดยไม่ให้ช่วยเหลือกันแล้วนักเรียนตรวจคำตอบจากบัตรเฉลย เพื่อศึกษาข้อผิดพลาดและทำความเข้าใจ ซึ่งนักเรียนมีความตั้งใจทำกิจกรรมเป็นอย่างดี 6) ขั้นการทดสอบย่อย ขั้นนี้เป็นการประเมินความรู้ ความเข้าใจในบทเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 7) ขั้นการคิดคะแนนความก้าวหน้า นักเรียนมีคะแนนความก้าวหน้าทั้งรายบุคคลและคะแนนความก้าวหน้าของกลุ่มเพิ่มขึ้น 8) ขั้นการคิดคะแนนกลุ่มที่ได้รับการยกย่อง พบว่ามีจำนวนกลุ่มที่ได้รับการยกย่องเพิ่มมากขึ้น ด้านพฤติกรรมของนักเรียนก่อให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้แก่ ทักษะการทำงานกลุ่ม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความสามัคคี ความรับผิดชอบ ความมั่นใจและตระหนักในคุณค่าของตนเอง ส่วนผลการทดสอบย่อยท้ายวงจรปฏิบัติการทั้ง 4 วงจร นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 82.40 และผ่านเกณฑ์เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.38
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD โดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.48 และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 85.42 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้เทคนิค STAD เห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ( = 4.37, S.D = 0.59)
01 เม.ย. 2557 เวลา 12:00 น. 0 1,016
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^