LASTEST NEWS

17 ก.ค. 2561ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 4180,4182 การเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะครู ปีงบประมาณพ.ศ.2561 17 ก.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา เงินเดือน 9,140 บาท 17 ก.ค. 2561คุรุสภาแจงหลักฐานที่ใช้แสดงในการสมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 17 ก.ค. 2561ชงแก้กม.ครูหลังใช้15ปีให้ทันโลกเปลี่ยนแปลง 17 ก.ค. 2561เผย ครูเบี้ยวหนี้ จะถูกฟ้องล้มละลาย! ขาดคุณสมบัติความเป็นครู อาจโดนไล่ออก 17 ก.ค. 2561รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 17 ก.ค. 2561แจงประกาศสอบครูในสาขาขาดแคลนทำแค่บางพื้นที่ 17 ก.ค. 2561เปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 18-24 ก.ค. 17 ก.ค. 2561ก.ค.ศ.ยันไม่ประกาศเพิ่มสาขาขาดแคลนสอบครูผู้ช่วย ปี 61 17 ก.ค. 2561มติองค์กรครู ชงก.ค.ศ.แก้ไขพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ แก้ข้อจำกัดคำสั่งที่ 19/60

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะ

usericon

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะ
ชื่อเรื่อง      รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย     สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย     นางสุนันท์ วชิรมนตรี
ปีการศึกษา     พ.ศ.2555 – 2556

บทคัดย่อ
            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน     2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้นส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 4 คน ครูผู้สอน จำนวน 167 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 14 คน และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 192 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และแปลความหมาย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัย พบว่า
    1) สภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับน้อยที่สุด x= 1.44 ระดับสภาพปัญหาของแต่ละด้าน พบว่า ด้านที่มีปัญหาน้อยที่สุด คือ ด้านการประเมินคุณภาพ x = 1.40 รองลงมา คือ ด้านการควบคุมคุณภาพการศึกษา x = 1.48 และด้านการตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงโรงเรียน x= 1.52 ตามลำดับ
    2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 12 คน ดำเนินการโดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และวิธีอ้างอิงผู้ทรงคุณวุฒิ (Connoisseurship) ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด x= 4.51 ระดับการปฏิบัติของแต่ละองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 4 ความเป็นเอกภาพ x = 4.55 รองลงมาคือ องค์ประกอบที่ 1 ผู้บริหารเหนือผู้บริหาร x = 4.52 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 2 การสู่เป้าหมายสูงสุด x = 4.47
    3) ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้นส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ระดับการปฏิบัติของแต่ละองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา x=4.60 รองลงมาคือองค์ประกอบที่ 3 การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ x= 4.58 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ องค์ประกอบที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา x= 4.45
pathcha 31 มี.ค. 2557 เวลา 12:16 น. 0 179
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^