LASTEST NEWS

24 ก.ค. 2560ภตช.ร้อง "นายกฯ" ตรวจสอบเงื่อนไขอบรม เลื่อนวิทยฐานะครู 24 ก.ค. 2560"ชัยพฤกษ์"ย้ำชัดห้ามติวสอบ ผอ.สพท. 24 ก.ค. 2560หลักสูตรครู4ปีหรือ5ปีคนเรียนเลือกเอง 24 ก.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 26 อัตรา กรมการปกครอง เปิดสอบพนักงานราชการ สมัคร21-31ก.ค.60 24 ก.ค. 2560จังหวัดพิจิตร เปิดสอบพนักงานราชการ 11 อัตรา สมัคร1-8ส.ค.60 24 ก.ค. 2560รับ 7 อัตรา จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิม.6 เงินเดือน10,430 บาท 24 ก.ค. 2560ครม.อัดงบ 619 ล้าน พัฒนากำลังคนรองรับ EEC 24 ก.ค. 2560ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งศาสตราจารย์ 23 ก.ค. 2560รายงานพิเศษ | คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร?? 23 ก.ค. 2560สพม.19 ประกาศผลคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ สพฐ. 12 อัตรา 24 ก.ค.นี้

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะ

usericon

รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะ
ชื่อเรื่อง      รูปแบบการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย     สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย     นางสุนันท์ วชิรมนตรี
ปีการศึกษา     พ.ศ.2555 – 2556

บทคัดย่อ
            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน     2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้นส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 4 คน ครูผู้สอน จำนวน 167 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 14 คน และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 192 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และแปลความหมาย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัย พบว่า
    1) สภาพปัญหาการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับน้อยที่สุด x= 1.44 ระดับสภาพปัญหาของแต่ละด้าน พบว่า ด้านที่มีปัญหาน้อยที่สุด คือ ด้านการประเมินคุณภาพ x = 1.40 รองลงมา คือ ด้านการควบคุมคุณภาพการศึกษา x = 1.48 และด้านการตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงโรงเรียน x= 1.52 ตามลำดับ
    2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 12 คน ดำเนินการโดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และวิธีอ้างอิงผู้ทรงคุณวุฒิ (Connoisseurship) ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด x= 4.51 ระดับการปฏิบัติของแต่ละองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 4 ความเป็นเอกภาพ x = 4.55 รองลงมาคือ องค์ประกอบที่ 1 ผู้บริหารเหนือผู้บริหาร x = 4.52 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 2 การสู่เป้าหมายสูงสุด x = 4.47
    3) ผลการใช้รูปแบบการบริหารที่สร้างและพัฒนาขึ้นส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายใน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ระดับการปฏิบัติของแต่ละองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา x=4.60 รองลงมาคือองค์ประกอบที่ 3 การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ x= 4.58 ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ องค์ประกอบที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา x= 4.45
pathcha 31 มี.ค. 2557 เวลา 12:16 น. 0 111
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^