การพัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริ
LASTEST NEWS

15 ส.ค. 2561ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม"นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา 15 ส.ค. 2561กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา (สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561) 15 ส.ค. 2561กำหนดการจัดงานศิลปหัตถกรรมระดับภาค ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 15 ส.ค. 2561ใช้งบเหลือจ่ายสพฐ.ปี 61เคลียร์ภาระงานครู 14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น 14 ส.ค. 2561โรงเรียนวัดลากค้อน รับสมัครครูอัตราจ้าง สาขาวิชาเอก ดนตรี-นาฏศิลป์ เงินเดือน 15,000.-บาท

การพัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริ

usericon

ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง)
ชื่อผู้วิจัย นางอุษณิษา ภาคยานุวัติ
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) เทศบาลตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง)

2) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ ครูและนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) ในปีการศึกษา 2558 จำแนกเป็นครูกลุ่มอ้างอิง จำนวน 7 คน ครูผู้สอน จำนวน 14 คน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 จำนวน 181 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 360 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบประเมินและประเด็นการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า t-test แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลวิจัยพบว่า

1) รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู มีชื่อว่า P2BDIAR Model ประกอบด้วยหลักการคือ การบริหารงานวิชาการโดยเน้นการสร้างเจตคติและบุคคลกลุ่มอ้างอิงให้คล้อยตามในการปฏิบัติงาน ย่อมทำให้ครูมีสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน และส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูและยกระดับคุณภาพผู้เรียน กระบวนการบริหาร 7 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Planning) ขั้นตอนที่ 2 สร้างเจตคติ (Build the Attitude) ขั้นตอนที่ 3 สร้างกลุ่มอ้างอิง (Build the Reference Group) ขั้นตอนที่ 4 การตัดสินใจ (Decision Making) ขั้นตอนที่ 5 ศึกษาความรู้ (Information) ขั้นตอนที่ 6 ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน (Action Research) และขั้นตอนที่ 7 การยกย่องชมเชย (Recognition) โดยมีเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ ได้แก่ 1) ครูมีเจตคติที่ดีต่อการวิจัยในชั้นเรียน 2) ครูกลุ่มอ้างอิงจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการวิจัยในชั้นเรียน และเป็นบุคคลที่ครูมีความเชื่อมั่นศรัทธาทั้งด้านความรู้ความสามารถในการวิจัยใน ชั้นเรียนและด้านการปฏิบัติตนในลักษณะที่มีความเป็นกัลยาณมิตรสูง 3) ผู้บริหารจะต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมครูกลุ่มอ้างอิงในด้านการกระจายอำนาจในการบริหาร การส่งเสริมให้มีความรู้ ความสามารถให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และให้ขวัญกำลังใจทั้งในระหว่างดำเนินการและหลังดำเนินการ

2) ผลการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู พบว่าสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูหลังการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูอยู่ในระดับสูง ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูอยู่ในระดับมากที่สุด ครูกลุ่มอ้างอิงมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ การบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูในระดับมาก และนักเรียนมีผลการเรียนรู้ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยหลังการใช้รูปแบบการบริหาร นักเรียนมีผลการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการบริหาร
banoke2526 01 ก.ค. 2559 เวลา 08:03 น. 0 163
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^