LASTEST NEWS

29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.เร่งประเมินวิทยฐานะผู้ค้างท่อกว่า 5 พันคน ก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 5 ก.ค.นี้ 29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 29 มี.ค. 2560นายกฯ วอนเข้าใจไทย ยังขาดครูสอนวิชาเฉพาะเก่งๆ 29 มี.ค. 2560สอบครูผู้ช่วยโคราชคึกคักวันแรกคนแห่สมัครกว่าหมื่น 29 มี.ค. 2560ผูกขาดความรู้ "หาใช่ครูไม่"! 29 มี.ค. 2560เปิดทางไม่มีตั๋วครูสอบบรรจุ วัดกึ๋นอนาคตครูไทย 29 มี.ค. 2560ผลประชุมองค์กรหลัก 13/2560 (วันที่ 29 มีนาคม 2560) 29 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2560 วันที่ 29 มีนาคม 2560 29 มี.ค. 2560การตรวจสอบสถานะการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 5 ปี (ยื่นทาง KSP Bundit)

การพัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริ

usericon

ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง)
ชื่อผู้วิจัย นางอุษณิษา ภาคยานุวัติ
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) เทศบาลตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง)

2) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ ครูและนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ (ชุมชนบ้านอุดมทอง) ในปีการศึกษา 2558 จำแนกเป็นครูกลุ่มอ้างอิง จำนวน 7 คน ครูผู้สอน จำนวน 14 คน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 จำนวน 181 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 360 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบประเมินและประเด็นการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า t-test แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลวิจัยพบว่า

1) รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู มีชื่อว่า P2BDIAR Model ประกอบด้วยหลักการคือ การบริหารงานวิชาการโดยเน้นการสร้างเจตคติและบุคคลกลุ่มอ้างอิงให้คล้อยตามในการปฏิบัติงาน ย่อมทำให้ครูมีสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน และส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูและยกระดับคุณภาพผู้เรียน กระบวนการบริหาร 7 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Planning) ขั้นตอนที่ 2 สร้างเจตคติ (Build the Attitude) ขั้นตอนที่ 3 สร้างกลุ่มอ้างอิง (Build the Reference Group) ขั้นตอนที่ 4 การตัดสินใจ (Decision Making) ขั้นตอนที่ 5 ศึกษาความรู้ (Information) ขั้นตอนที่ 6 ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน (Action Research) และขั้นตอนที่ 7 การยกย่องชมเชย (Recognition) โดยมีเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ ได้แก่ 1) ครูมีเจตคติที่ดีต่อการวิจัยในชั้นเรียน 2) ครูกลุ่มอ้างอิงจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการวิจัยในชั้นเรียน และเป็นบุคคลที่ครูมีความเชื่อมั่นศรัทธาทั้งด้านความรู้ความสามารถในการวิจัยใน ชั้นเรียนและด้านการปฏิบัติตนในลักษณะที่มีความเป็นกัลยาณมิตรสูง 3) ผู้บริหารจะต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมครูกลุ่มอ้างอิงในด้านการกระจายอำนาจในการบริหาร การส่งเสริมให้มีความรู้ ความสามารถให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และให้ขวัญกำลังใจทั้งในระหว่างดำเนินการและหลังดำเนินการ

2) ผลการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู พบว่าสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูหลังการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูอยู่ในระดับสูง ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูอยู่ในระดับมากที่สุด ครูกลุ่มอ้างอิงมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ การบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูในระดับมาก และนักเรียนมีผลการเรียนรู้ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารภายใต้ทฤษฎีการกระทำเชิงเหตุผลเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยหลังการใช้รูปแบบการบริหาร นักเรียนมีผลการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการบริหาร
banoke2526 01 ก.ค. 2559 เวลา 08:03 น. 0 63
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^