LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559บรรจุครั้งแรก 77อัตรา กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุรับราชการ สมัคร16ธ.ค.2559-9ม.ค.2560 07 ธ.ค. 2559ด่วน! กทม.เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 304 อัตรา (วุฒิปวช.-ป.ตรีทุกสาขา) สมัคร15ธ.ค.59-6ม.ค.60 07 ธ.ค. 2559พลาดแล้วจะเสียดาย! (วุฒิม.6-ป.ตรี/ป.ตรีทุกสาขา) 27 อัตรา เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 07 ธ.ค. 2559ไทยรั้งท้ายอีกแล้ว!! ‘บิ๊กตู่’ จี้ ศธ.เพิ่มคะแนน PISA หลังไทยอยู่อันดับ 55 จาก 70 ประเทศ 07 ธ.ค. 2559ปรับหลักสูตร!! ศธ.สั่งเพิ่มเนื้อหาหลักสูตรทุกระดับชั้น ‘ร.10 ขึ้นทรงราชย์-ร.9 เสด็จสวรรคต’ 07 ธ.ค. 2559ฟังกันยัง? คู่คอง-แต้ว ณฐพร!! คำแก้วร้องเอง 07 ธ.ค. 2559สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัคร6-12ธ.ค.2559 07 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา 14 อัตรา เปิดสอบครูธุรการ เงินเดือน15,000บาท 07 ธ.ค. 2559อึ้ง! เปิดเพจรับจ้างทำวุฒิปลอมโจ๋งครึ่ม ป.ตรี 5,000 ป.โท 7,000 06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ"

เผยแพร่ผลงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย โดยใช้แผนที่คว

usericon

เผยแพร่ผลงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย  โดยใช้แผนที่คว
ชื่อรายงาน    การพัฒนาแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย โดยใช้แผนที่ความคิดและนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ชื่อผู้รายงาน    นางดวงลักษณ์ เพ็ญธิสาร
ตำแหน่ง     ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
ที่ทำงาน    โรงเรียนอนุบาลเขาค้อ (เจริญทองนิ่มวิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2

การพัฒนาแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย โดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดของคำ ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนอนุบาลเขาค้อ(เจริญทองนิ่มวิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ห้องเรียน 4/1 จำนวนทั้งหมด 28 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 2 แบบ คือ แบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน และหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก มี 1 ฉบับ จำนวน 30 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยนำคะแนนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างทุกคนที่ได้จากการทำแบบทดสอบท้ายเล่มทุกเล่มรวมกัน แล้วหาค่าเฉลี่ยร้อยละเทียบกับคะแนนจากการทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทุกคนมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยร้อยละ โดยเทียบกับเกณฑ์ 80/80 และการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดของคำ ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย โดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก โดยใช้สถิติ t - test แบบ Dependent
จากการศึกษาสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้
1. ผลการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้ แผนที่ความคิด และนิทานชาดก เรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ (E1) และผลลัพธ์ (E2) โดยเฉลี่ยรวมเท่ากับ 85.36 / 85.12 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดของคำ ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดของคำ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยโดยใช้แผนที่ความคิด และนิทานชาดก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
krubum 01 มี.ค. 2557 เวลา 22:15 น. 0 217
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^